"อ้ายเหลือง"
เทพเจ้าแห่งความกลัว"
(Big Yellow the Terrible)
ตำนานหฤโหดหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์วิฬารชาติ
ศูนย์รวมความอำมหิตแห่งความอำมหิต
ต่อให้จอมโหดที่มีชื่อเลื่องลือทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็นอีวานผู้โหดร้าย,
Blue Beard,
Jack the Ripper,Marquis de Sade, Charles Manson, Hannibal Lector,
Andrei Romanovich Chikatilo, หมอเม็งเกเล่, หมอเสริม, ซีอุย และ..ฯลฯ
โอย....ทั้งหมดนี้มารวมกันก็ยังไม่ถึงครึ่งความเหี้ยมโหดของมันได้เลย
แค่เอ่ยชื่อ "อ้ายเหลือง"
ออกมา
เท่านี้ก็พอที่จะทำให้แมวที่ได้ยิน ขนฟู หางพองเหมือนแปรงล้างขวด
หูตั้งชัน ฉี่ราด อย่างไม่อาจควบคุมตนเองได้
(ฉาก สถานที่ : บริเวณรั้วหลังบ้าน ใต้เงาต้นมะม่วง
เวลา : ยามดึก ในความมืดสลัวของคืนข้างแรม
ดนตรีประกอบ : fade in - เสียงเพลงอ่อนหวาน
แต่แฝงด้วยความเย็นยะเยือกสยองหัวใจ
Bloody Moonlight Sonata Opus 27, No. 2
ของ L.V.Cathoven )
อา...รัตติกาล
รัตติกาล อันเป็นเสมือนโมงยามแห่งฝันร้าย
แมวทุกตัวมิปรารถนาให้แสงสว่างแห่งดวงอาทิตย์ล่วงลับขอบฟ้าไปเลย
เพราะรัตติกาลคือเวลาของการออกซิ่ง เอ๊ย..ออกล่าของอ้ายเหลือง
ห้าทุ่มไปถึงตีห้า
โมงยามหัวใจสลาย คือช่วงการมาเยือนของมัน
จากทิศทางไหน...ช่วงขณะใด
...??
ใครเล่า..จักคาดคะเนถึงการจู่โจมอันร้ายกาจของมัน
มันอาจเยื้องย่างมาเหนือราวรั้ว
ไต่ลงมาตามกิ่งมะม่วง หมอบคลานเงียบเชียบมาบนหลังคา ดิ่งพสุธาลงมาจากฟากฟ้า หรือโผล่พรวดขึ้นมาจากหลุมขยะที่ลานหลังบ้าน
ไม่มีใครสามารถบอกได้.....
ก็ผู้ที่ได้ประจันหน้ากับมันตรง ๆแบบที่สามนั้นเล่า
(Close Encounters of the Third Kind) ล้วนแต่จบเห่ลงหลุมไปแล้วทั้งสิ้น ...ก่อนจะทันปริปากร้องแง๊วออกมาด้วยซ้ำ
คืนนี้ แมวทุกตัวจัดการธุระส่วนตัวของตนตั้งแต่หัวค่ำ
หลังจากกลบอึของตัวด้วยทรายอย่างมิดชิด
พวกมันตะลีตะลานเข้าบ้านเก็บตัวเงียบเชียบ
...........เพราะเหตุใดหรือ ?
ก็เพราะคืนนี้มันเป็นแรม 7 ค่ำนะซี
ทำไมต้องเป็น 7 ค่ำ? ไม่มีใครทราบเหตุผลที่แน่ชัด
แต่จากสถิติของสถานีตำรวจแมวประจำตำบลระบุว่า
การโจมตีของอ้ายเหลืองในพื้นที่้ี่นี้มักเกิดขึ้นในคืนแรม 7 ค่ำ
หรือว่ามันเป็นฆาตรกรต่อเนื่องที่มีตารางเวลาประกอบอาชญากรรมที่แน่นอน
!!!!! โอว....พระช่าว จอร์จ
เวลาล่วงผ่านไปแต่ละชั่วโมงนาที
ช่างบีบคั้นทรมานหัวใจพวกแมวยิ่งนัก
เที่ยงคืนล่วงผ่านไปนานแล้ว....
พวกแมวพยายามนึกไปในทางที่ดี ...บางที...คืนนี้มันอาจจะไม่มา
พวกมันเกร็งตัวนิ่งไม่ขยับเขยื้อนมาแต่หัวค่ำ
ไม่มีแม้แต่เสียงแกรกกรากใ้ห้ได้ยิน
กระทั่งแมวตัวหนึ่งเผลอตดปู้ดออกมาเบา ๆ
พวกที่เหลือสะดุ้งตกใจถึงกับพลั้งปากร้องอุทานวีดว้าย หลังจากนั้นก็พากันบ่นพึม
ขณะอีกหลายเสียงเฝ้าสวดภาวนาอยู่ในความมืด
ขอให้คืนนี้ปีศาจแห่งความชั่วร้ายจงเลยผ่านบ้านหลังนี้ไปเถิด
.....จันทร์เสี้ยวลับขอบฟ้าไปแล้ว
เหลือแต่ความมืดปกคลุมราตรีอันเย็นยะเยือก
กษณะนั้น ...จิ้งหรีดเรไรที่เซ็งแซ่
หยุดกรีดปีกเงียบเสียง
กบเขียดที่ร่ำระงมในธารน้ำพลันสำลักก้อนสะอื้นในลำคอนิ่งงัน
......ไม่มีแม้ความเคลื่อนไหวของสายลม
......ใบไม้นิ่งไม่ไหวติง
ความเงียบอันเสมือนลางร้าย.....
สัญญาณแห่งมรณะ สัญญาณแห่งความตาย !! คืนนี้โชคช่างไม่เข้าข้าง
มันมาแล้ว มันกำลังมา !!!
บรรยากาศกดทับหนักอึ้ง
แมวทุกตัวสะทกสะท้านหัวใจแทบหยุดเต้น
ทั้งแมวหนุ่มสาว ลูกเล็กเด็กแดงต่างพยายามเบียดตัวให้ลีบที่สุดในซอกมุมของตัว
กลั้นลมหายใจผะแผ่วแทบขาดห้วง อุ้งเท้าเย็นเฉียบ ตัวสั่นระริก
ไร้สุ้มเสียงใดเล็ดลอดออกจากปาก
นั่น... นั่นไง มันมาแล้ว
เงาตะคุ่มของสิ่งหนึ่ง กระโดดตุบจากต้นมะม่วงลงเหนือราวรั้ว
สง่างามราวกับนางแบบที่นวยนาดบนแคทวอล์ค นัยน์ตาสีเหลืองฉายฉานเป็นประกายในความมืด
มันค่อย ๆเยื้องย่างมา
แต่แล้ว..ใครจะคาดคิด !!
มันเดินเหยียบพลาดเกือบพลัดร่วงตกจากรั้ว
โอว ...ม่าย ม่ายน่า เดชะบุญมันพลิกกลับตัวทัน และโชคดีจริง ๆ ไม่มีใครเห็น
" ฮึ่ม...ไม่งั้นเสียฟอร์มแย่ "
มันคำรามอยู่ในลำคอ พร้อมกับกวาดสายตามองโดยรอบ
บานพับช่องประตูเล็กที่ผนังด้านล่างของห้องครัวลั่น..แอดดดด
โอว ม่าย....ม่าย..... พระช่าว ม่าย หัวใจของพวกแมวร่ำร้อง
(ดนตรีประกอบ
บีบคั้น น่ากลัว ขนพองสยองเกล้า)
ดวงตาอำมหิตแวววามทอประกายเย็นเยียบฝ่าความมืดส่องลอดเข้ามาภายใน
ตามมาด้วยศีรษะขนาดมหึมาใหญ่ เขี้ยวแหลมโง้งแสยะยิ้มน่าชัง
ขนเหลืองซีดลายเสือ
หางขอดอัปลักษณ์
มันค่อย ๆเคลื่อนผ่านช่องประตูเข้ามาอย่างช้า ๆ
และฉับพลันนั้นเอง
!!!!
(ดนตรีทั้งวงโหมบรรเลงขึ้นพร้อมกันคนละคีย์
เครื่องดนตรีทุกชิ้นไม่มีการเทียบเสียง กลองทิมปะนีและกลองสะบัดไชยรัวไม่ยั้ง
ม้าล่อและฉาบตีกระหน่ำประสมโรง - ซออู้และซอด้วงยั้งมือรอจังหวะ)
เสียงร้องกรีดสับสนของฝูงแมวระเบิดขึ้นท่ามกลางความมืด
ห่าโลหิตสาดกระจาย กลิ่นคาวคละคลุ้ง
ขนและหนังถูกฉีกกระชากด้วยคมเล็บ
คมเขี้ยวฝังลึกลงในเนื้อ
เสียงโหยหวนของความเจ็บปวดและความกลัว
ข้าวของหล่นล้มโครมครามระเนระนาด
เสียงวิ่งและกระโดดพลุกพล่าน
นี่คือการโจมตีอันรวดเร็ว ร้ายกาจ อำมหิต และเฉียบขาดไร้ความปรานี
มันเป็นช่วงขณะแห่งมิคสัญญีภาพ อา...วันแห่งคำพิพากษาโลกมาถึงแล้วหรือไร
เสียงโครมครามปลุกชายเจ้าของบ้านตกใจตื่น
ผลุดจากเตียงคว้าไม้กวาดรุ่น Nimbus 2000 (secon hand)พุ่งปราดจากห้องนอน แต่ช้าไปเสียแล้ว
เงาสีเหลืองปีศาจวูบออกไปทางช่องประตูแมว เลียดเลื่อนไปเหนือสนามหญ้าหลังบ้านดุจเงาผีร้าย
วิญญาณแห่งภูติพราย ทะยานขึ้นไปบนรั้วและเยื้องย่างช้า ๆราวสีหราชลำพอง หางขอดอัปลักษณ์กระดิกไปมาช้าๆ
นัยน์ตาสีเหลืองคู่นั้นหันกลับมาจ้องประสาน โอว คุณพระช่วย !! ....
ไม้กวาดถึงกับหลุดร่วงออกจากมือโดยไม่รู้ตัว
(อืมม์....... เวอร์ไปรึเปล่าเนี่ย)
ชายเลี้ยงแมวได้แต่ตะลึงยืนมอง ปล่อยให้มันค่อย ๆหันกลับ เคลื่อนกายหายลับไปกับความมืดอย่างลอยนวลต่อหน้าต่อตา
เมื่อสวิทช์ถูกกดให้ไฟสว่างไสวขึ้น
สภาพที่เหลืออยู่ช่างไม่ต่างกับมหานครนิวยอร์คตอนสายของวันที่ 11 กันยายน 2001
เศษทรากปรักหักพัง รอยเปรอะและคาวเลือด กลิ่นฉุนกึกของขี้และเยี่ยว สาดเลอะไปทั่วทุกหนทุกแห่ง
บนเก้าอี้ ฝาผนังและพื้นห้อง พวกลูกแมวตัวสั่นเทาค่อยโผล่หน้าออกมาจากซอกมุมต่าง
ๆทีละตัว สองตัว
อา มันเป็นภาพที่น่าสยดสยองโดยแท้ คืนมหาวินาศ คืนโกลาหล คืนมหาวิปโยค
คืนที่จะไม่มีวันลืมเลือนจากหัวใจแห่งวิฬารชาติทั้งปวง
(ซออู้บรรเลง
ธรณีกรรแสง ที่ระดับเสียง 32.6 เดซิเบล)
การโจมตีรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นติดต่อกันอีกไม่ต่ำกว่าสามครั้ง
ไม่รวมถึงการเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณใกล้ ๆเหมือนเงาปีศาจ ....มันเป็นฝันร้ายที่ไม่มีผู้ใดจะยับยั้งได้
หน่วยพิทักษ์พยานถูกส่งมาคุ้มครองพวกแมวตามคำร้องขอ
หน่วยล่าสังหาร
หน่วยป้องกันอาชญากรรมล่วงหน้าหรือ Pre-crime ยาพิษ หลุมพราง กับดัก ตาข่ายไฟฟ้าแรงสูง
กล้องอินฟราเรด สปายแคม สปอตไลต์ แก๊สน้ำตา แก๊สหัวเราะ ยาสลบ ปืนต่อสู้อากาศยาน
จรวด RPG ขีปนาวุธพิสัยใกล้ อาวุธเคมี อาวุธเชื้อโรค ระเบิดซีโฟร์ ระเบิดพลีชีพ car-bomb
ตลอดจนบั้งไฟพญานาค ล้วนแต่ถูกส่งเข้ามาเพื่อการทำลายล้างมันลงให้ได้ ทว่า.........
ไม่มีสิ่งใดระคายเคืองมันแม้แต่เส้นขน
หรือจะมีพลังอำนาจอันลี้ลับคุ้มครองมันอยู่??
ยามนั้น ฝูงแมวถูกครอบงำใต้เงามืดแห่งความสะพึงกลัว
ไม่มีใครจะกล้าออกจากบ้านยามค่ำคืนแม้แต่ตัวเดียว (ทุกตัวเลยต้องอึในบ้านเป็นหย่อม
ๆ! - ว้า แย่จัง)
ถนนหนทางเปลี่ยวร้างวังเวงเหมือนย่านวัดมหาบุศย์
ยามที่นางนากออกมาเอื้อนเสียงเห่กล่อมลูกน้อย ระเบียบสังคมกลับคืนมาสู่ชุมชนแมวอีกครั้ง
แหล่งมั่วสุมยามค่ำคืนปิดตัวเองเงียบ ( สภาวะความซบเซาไต่ระดับขึ้นไปถึงร้อยละ
86.52 ราคาหุ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ร่วงระเนระนาด - รายงานจาก Dailycat -Midnight Breaking
News)
ยุคสมัยแห่งความกลัวของอ้ายเหลืองดำเนินไปเช่นนี้เป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม
ก่อนที่จะค่อย ๆจางหายไปเหมือนหมอกควัน ไม่มีใครรู้ว่ามันหายสาบสูญไปไหนหรือเกิดอะไรขึ้น
กลายเป็นคดีลึกลับหนึ่งในแฟ้มเอกซ์ของทางการที่หาข้อสรุปไม่ได้ จะเหลืออยู่ก็แต่เพียงตำนานสยองที่จะเล่าขานกันไปตราบชั่วลูกหลาน
สันติสุขกลับคืนมาแล้ว ความทรงจำร้าย
ๆค่อยเลือนหายไป พวกหัวไม้เริ่มตระเวนส่งเสียงแป๊วป๊าวรบกวนชาวบ้านยามค่ำคืนอีกครั้งหนึ่ง
ทว่าการสาบสูญไปของอ้ายเหลืองทำให้พวกแมวมีความพึงใจกระนั้นหรือ ?
ความโหดร้ายของมันเป็นที่เกลียดชังของพวกแมวจริงหรือ
?
คำสาธยายพระสูตรในรหัสยลัทธิของวาชศรพในเรื่องกามนิต-วาสิฏฐี
กล่าวไว้ดังนี้
"สูเจ้าคิดถึงเทวะด้วยฤา
หามิได้!
ไม่แน่นัก
.เพราะความว่างเปล่า เพราะคัมภีร์และเพราะตำนาน
(อิติหาส)"
(ไม่เกี่ยวกันสักเท่าไหร่ แต่ใส่แล้วดูดีขึ้นเยอะเลย)
คำว่า...ไม่แน่นัก ..เป็นเช่นไร
?
ครั้งหนึ่งขณะที่หญิงแม่บ้านกำลังทำความสะอาดบ้าน
หล่อนสังเกตเห็นรอยข่วนขยุกขยิกที่ข้างผนังตอนล่างเกือบชิดพื้น
ซึ่งถ้าไม่สังเกตให้ดีก็ยากที่จะมองเห็น
หล่อนพยายามที่จะเช็ดมันออกหลายครั้ง
แต่ไม่สำเร็จ
แต่ด้วยความที่เป็นคนละเอียดละออช่างสังเกตอันเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวแต่กำเนิด
หล่อนจึงลองเอาแว่นขยายมาส่องดูเพื่อให้รู้ว่ามันคืออะไร
แต่แล้วก็ถึงกับอึ้งด้วยความประหลาดใจ
อา......ถึงกับเป็นกวีบทหนึ่ง ! ที่ข่วนเอาไว้ด้วยรอยเล็บ
" ลมหวนมาชวน ลืมสิ้นดอกไม้ใด....
เหลือเพียงสีเหลืองสะคราญ
แห่งบุปผาในหทัย
โอ
วิฬารเทพผู้ทรงพลังแลอำนาจ
ทูตผู้รังสรรค์รสชาติแห่งชีวิต
ในเงื้อมหัตถ์ท่านลิขิต
คือหัวใจดวงนิดของฝูงแมวต่ำต้อยเฉกเรา
กระตุกเร้าระเริงโลดลีลาสยอง
ประคองแต้มแต่งคืนค่ำอันชาชืด
ไร้คมเขี้ยวและกรงเล็บแห่งท่านชีพคงจืด
วันคืนคงจะวืดเหลือความหมายใด
ความกลัวเร้าระทึก
หฤโหดสดศรี
วิญญาณโฉดศักดิ์สิทธิ์แห่งชาตรี
ทุกบุรุษปรารถนาที่จะมีมัน
โอ้พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่
ประกายไฟลุกโพลงดั่งฝัน
เหล่าแมวสยดสยองขนพองพลัน
หูชัน หางชี้ ขี้แตกเอย
รู้ไว้ด้วยเถิด.......
"สิ่งสำคัญมิอาจเห็นได้ด้วยตา
แต่สัมผัสได้ด้วยหัวใจ"
(แน้ เจ้าตัวนี้เป็นแฟน 'เจ้าชายน้อย' เสียด้วย !!
)
....ท่านคือผู้เปลื้องทุกข์ไถ่บาปแก่วิฬารชาติ
รู้ไหมว่า ก่อนราตรีที่ท่านจะจู่โจม
ข้าพเจ้าทุกข์ทรมานด้วยโรคท้องผูกมาถึงสองอาทิตย์
แต่คืนนั้น........
ข้าพเจ้าอึราดถึงสามครั้งติด ๆ กันแน่ะ !! "
ขอคารวะจากใจ
(ลงชื่อ) จ.
จากคุณ : Michael - [19 ก.พ.
45 22:25:40]