ทว่า ฉันรู้จักดอกไม้นั้นดีขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว บนโลกของเจ้าชายน้อยนั้น
มีดอกไม้ธรรมดา ๆ ชนิดมีกลีบชั้นเดียวไม่ใหญ่โตกินที่มาก และไม่รบกวนใครทั้งสิ้น
มันงอกขึ้นเช้าวันหนึ่งท่ามกลางต้นหญ้า และแล้วมันก็เหี่ยวเฉาไปในตอนเย็น แต่สำหรับเจ้าดอกไม้ดอกนั้นมันเกิดขึ้นจากเมล็ดซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหน
เจ้าชายน้อยได้ดูแลต้นไม้ที่งอกขึ้นใหม่นี้อย่างเอาใจใส่ เพราะว่าใบของมันแตกต่างจากใบของต้นอื่น
ๆ มันอาจจะเป็นต้นไทรชนิดใหม่ก็ได้ แต่ต้นไม้นั้นหาได้เติบโตต่อไปไม่ มันเริ่มเตรียมออกดอก
เจ้าชายน้อยเฝ้าดูตุ่มนั้นโตขึ้นๆ รู้ดีว่าเมื่อมันบานออกจะต้องเป็นปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์
แต่เจ้าดอกไม้ก็ไม่หยุดยั้งแค่นั้น มันเตรียมที่จะเป็นดอกไม้สวยภายใต้ใบเขียว มันเลือกสีของมันเองอย่างพิถีพิถัน
มันแต่งตัวของมันเองอย่างช้า ๆ วางกลีบลงทีละกลีบอย่างพอเหมาะพอเจาะ มันไม่ยับยู่ยี่ออกมาอย่างเจ้าดอกโกเกอลิโก
มันต้องการปรากฏตัวก็ต่อเมื่อมันงามพร้อมแล้ว แน่ละ เจ้าดอกไม้นี้ก็ช่างรักสวยรักงามจริง
การแต่งตัวของมันกินเวลาวันแล้ววันเล่า
และแล้วเช้าวันหนึ่งตอนรุ่งอรุณพอดีมันก็แย้มกลีบปรากฏโฉม ทั้งที่แต่งตัวมาอย่างพิถีพิถัน
ดอกไม้นั้นก็พูดขึ้นพลางหาวไปด้วยว่า
"ฉันยังตื่นไม่สนิทดีเลย ฉันต้องขอโทษด้วยนะ ฉันยังไม่ได้หวีผมให้เรียบร้อยด้วย ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงอยู่
"
เจ้าชายน้อย จึงไม่สามารถอดกลั้นความนิยมชมชื่นไวได้
"เธอสวยอะไรเช่นนี้ "
"จริงไหมล่ะจ๊ะ" ดอกไม้ตอบอย่างนุ่มนวล'และฉันก็เกิดพร้อมกับดวงอาทิตย์ขึ้น
'
เจ้าชายน้อยตระหนักดีว่า ดอกไม้นั้นหาได้มีความเสงี่ยมเจียมตนไม่ แต่เธอก็สวยจับใจเขาทีเดียว
"ฉันคิดว่าถึงเวลาอาหารเช้าแล้วซินะ" เธอกล่าวขึ้นต่อมาในไม่ช้า"คุณจะกรุณาคิดถึงฉันบ้างสักหน่อย
."
และเจ้าชายน้อย ทั้ง ๆ ที่ยังงง ๆ ได้ไปหากระป๋องรดน้ำ เพื่อมาสนองความต้องการของเจ้าหล่อน
เช่นนี้เองที่ดอกไม้ได้ทรมานจิตใจเจ้าชายน้อยแล้วด้วยความฟุ้งเฟ้อหลงตนซึ่งแสนจะเข้าใจยาก
เป็นต้นว่า ในวันหนึ่งเมื่อพูดถึงหนามของมัน ดอกไม้ก็กล่าวขึ้นว่า
"เสือน่ะรึ ให้มันมาได้เลยพร้อมทั้งกรงเล็บของมัน"
"บนโลกไม่มีเสือหรอก" เจ้าชายน้อยแย้ง "และเสือก็ไม่กินดอกไม้ใบหญ้าด้วย"
"ฉันไม่ได้เป็นหญ้านี่" ดอกไม้กล่าวตอบอย่างนุ่มนวล
"ยกโทษให้ฉันเถิด
." "ฉันไม่กลัวเสือแม้แต่นิดเดียว
แต่ว่าฉันกลัวลมพายุ เธอไม่มีที่กั้นลมหรอกรึ? " | |
|
"เธอเกลียดกลัวลม
.เธอโชคไม่ดีเลยนะ
." เจ้าชายน้อยตั้งข้อสังเกต ดอกไม้ดอกนี้รู้สึกวุ่นวายเอาการ
"ในตอนเย็นเธอต้องหาอะไรมาคลุมฉันนะ บนโลกของเธออากาศหนาวจังเลย มันตั้งไม่เหมาะทำเล
สู้ที่ฉันมาไม่ได้
.." แต่เธอก็ชะงักแค่นั้น เพราะว่าเธอจากมาในสภาพของเมล็ด เธอจึงไม่มีโอกาสได้รู้จักกับโลกอื่น
เธอไอแก้ขวยสองสามที เมื่อเห็นว่าตนเองเผลอพูดปดให้คนอื่นจับได้ และหันไปไล่เบี้ยเอากับเจ้าชายน้อย
|
"เรื่องม่านกั้นลมว่าอย่างไรจ๊ะ ?"
"ฉันกำลังจะไปหาอยู่ทีเดียว แต่เห็นเธอกำลังพูด"
ดังนั้นเธอยิ่งไอหนักขึ้นเพื่อให้เจ้าชายน้อยเกิดความรู้สึกสำนึกผิด
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เอง เจ้าชายน้อยจึงเริ่มระแวงดอกไม้ทั้ง ๆ ที่เขามีความรักและหวังดีต่อมัน
เขาเอาจริงเอาจังต่อคำพูดไร้สาระจนเกินไป และรู้สึกเป็นทุกข์มาก
"ฉันไม่ควรไปฟังเธอเลย" เจ้าชายน้อยสารภาพต่อฉันในวันหนึ่ง เราต้องไม่ฟังเรื่องดอกไม้บ่น
เราควรสนใจแต่เพียงชมเชยมันและดมมันเท่านั้น ดอกไม้ของฉันทำให้โลกของฉันหอมหวล แต่ฉันไม่รู้จักปลาบปลื้มและรู้สึกแต่เพียงแค่นั้น | |
เรื่องเกี่ยวกับกรงเล็บกวนใจฉันอยู่เรื่อยนั้นทำให้ฉันใจอ่อน
เขาเล่าความในใจต่อไปว่า
"ฉันไม่เข้าใจอะไรเสียเลยในตอนนั้น ฉันควรจะรู้จักตัดสินเธอจากการกระทำของเธอและมิใช่คำพูดของเธอ
เธอทำให้โลกของฉันหอมหวลแจ่มใส ฉันจึงไม่ควรหนีจากเธอมาเลย ฉันควรจะเห็นความอ่อนหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเจ้าเล่ห์แสนกลของเธอ
ดอกไม้ก็มีอารมณ์หวั่นไหวง่ายเช่นนี้เสมอแหละ ฉันยังเด็กเกินกว่าที่จะรู้จักรักเขา"