ใกล้ ๆ กับบ่อน้ำ มีกำแพงหินเก่า ๆ เมื่อฉันเดินกลับจากงานของฉันในตอนเย็นวันรุ่งขึ้น
ฉันสังเกตเห็นเจ้าชายน้อยของฉันแต่ไกล เขานั่งห้อยเท้าอยู่บนกำแพงนั้น และฉันได้ยินเขากล่าวว่า
 | "เธอจำไม่ได้รึ"
เขากล่าว "ไม่ใช่ตรงนี้ทีเดียวนักหรอก"
มีอีกเสียงหนึ่งตอบเขาอย่างแน่นอน เพราะเขายืนยันว่า
"ใช่แน่ วันนี้แหละ เพียงแต่ว่าไม่ใช่ตรงนี้เท่านั้น
."
ฉันเดินตรงไปยังกำแพง ฉันมองไม่เห็นหรือแม้แต่ได้ยินเสียงใครเลย อย่างไรก็ตามเจ้าชายตอบอีกว่า
"แน่นอน เธอคงจะเห็นว่ารอยเท้าฉันเริ่มที่ตรงไหนบนพื้นทราย เธอก็เพียงแต่รอฉันหน่อย
ฉันจะไปหายังที่นั่นในคืนนี้" |
ฉันอยู่ห่างจากกำแพงประมาณ ๒๐ เมตรได้ และฉันก็ยังมองไม่เห็นอะไรเลยอยู่เช่นเดิม
เจ้าชายน้อยก็ยังคงกล่าวสืบไป หลังจากเงียบไปสักครู่ว่า
"เธอมีพิษดีใช่ไหม ? เธอแน่ใจว่าจะไม่ทำให้ฉันเจ็บปวดนาน ๆ นะ"
ฉันหยุดยืนนิ่งงันใจเสียวสะท้าน ฉันยังไม่เข้าใจ
"ตอนนี้ไปเสียก่อน" เขากล่าว "ฉันอยากจะลงละ"
ดังนั้นฉันจึงลดสายตามองที่เชิงกำแพง แล้วฉันก็กระโดด เจ้างูสีเหลืองซึ่งสามารถฆ่าคุณให้ตายได้ภายในสามสิบวินาที
ขดชูคออยู่ตรงนั้นใต้เจ้าชายน้อย ฉันรีบวิ่งเข้าไปพลางคว้าหาปืนพกในกระเป๋า ในเมื่อฉันทำเสียงดังเช่นนั้นเจ้างูก็ค่อยลดตัวลงหายไปในทราย
เหมือนสายน้ำพุที่แตกหายไปอย่างช้า ๆ หลบหนีไปตามซอกหินโดยก่อให้เกิดเสียงกระทบเพียงเบา
ๆ
ฉันมาถึงกำแพงพอดีรับร่างเจ้าชายน้อย ซึ่งซีดเหมือนหิมะ
"เรื่องอะไรกันนี่ เธอพูดคุยกับงูหรือ ตอนนี้"
ฉันแก้ผ้าพันคอสีทองของเขา แล้วชะโลมน้ำตามใบหน้าเขาและให้เขาดื่ม ตอนนี้ฉันไม่กล้าถามอะไรเขาอีก
เขามองดูฉันอย่างเคร่งขรึม และกอดคอฉันแน่น ฉันได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นเหมือนหัวใจของนกที่กำลังจะตายเมื่อเรายิงมันด้วยปืนสั้น
เขาบอกฉันว่า
"ฉันดีใจที่พบว่าเครื่องยนต์ของเธอขาดอะไร เธอจะได้กลับบ้านของเธอได้
"
"เธอรู้ได้อย่างไร" ฉันกำลังจะบอกเขาอยู่ทีเดียวว่า ฉันได้ทำงานของฉันสำเร็จทั้ง
ๆ ที่หมดหวังแล้ว
"ฉันเองก็เช่นเดียวกัน วันนี้ ฉันจะกลับบ้านฉัน
" และแล้วอย่างเศร้าสร้อย เขากล่าวว่า
"มันออกจะไกลมากทีเดียว
.ออกจะยากมาก
."
ฉันรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่พิเศษเกิดขึ้น ฉันกอดแขนเขาแน่นไว้ในวงแขนเหมือนเด็กเล็ก
ๆ และถึงกระนั้นฉันก็รู้สึกเหมือนว่าเขาไหลลื่นลงไปในเหว ซึ่งฉันไม่สามารถหยุดยื้อเขาไว้ได้เลย
.
สายตาของเขาเคร่งขรึม และมองไกลออกไป
"ฉันมีแกะของเธอ และฉันมีกรงใส่แกะ และฉันมีปลอกปากด้วย
." และเขาก็หัวเราะอย่างเศร้า
ๆ ฉันรออยู่เป็นเวลานาน ฉันรู้สึกว่าตัวเขาค่อย ๆ อบอุ่นขึ้นทีละน้อย
"เด็กน้อยเอ๋ย เธอกลัวรึ
."
เขากลัวแน่ละ แต่เขาก็ยิ้มอย่างอ่อนหวาน
"ฉันคงจะกลัวมากกว่าในคืนนี้
.."
ฉันรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก และฉันรู้ดีว่าไม่อาจทนความคิดที่ว่าจะไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของเขาอีก
เพราะมันเป็นเสมือนธารน้ำในทะเลทรายสำหรับฉัน
"เด็กน้อยเอ๋ย ฉันอยากได้ยินเธอหัวเราะ
"
แต่เขากล่าวกับฉันว่า
"คืนนี้ ก็จะครบปีหนึ่ง ดวงดาวของฉันจะโคจรมาอยู่ตรงตำแหน่งที่ฉันตกลงมาเมื่อปีที่แล้ว
"
"เด็กน้อยเอ๋ย เรื่องงูกับเรื่องนัดพบและเรื่องดวงดาวทั้งหมดนี้ เป็นเพียงฝันร้ายมิใช่หรือ"
แต่เขามิได้ตอบคำถามของฉัน เขากล่าวกับฉันว่า
"สิ่งที่สำคัญนั้น ตามองไม่เห็นหรอก"
"แน่นอน
"
"เช่นเดียวกับดอกไม้ ถ้าเธอรักดอกไม้ซึ่งอยู่บนดาวดวงหนึ่ง เธอจะรู้สึกเป็นสุขที่จะมองดูท้องฟ้ายามค่ำคืน
ดวงดาวทุกดวงดูประหนึ่งว่ามีดอกไม้ประดับทั้งสิ้น"
"แน่นอน
."
"เช่นเดียวกับน้ำ น้ำซึ่งเธอให้ฉันดื่มก็เหมือนกับดนตรี ทั้งนี้เพราะต้องชักรอก ต้องใช้เชือก
.เธอจำได้ไหม
มันแสนจะชื่นใจ"
"แน่นอน
"
"ในตอนกลางคืน เธอจะมองดูดวงดาว บ้านฉันเล็กเกินกว่าที่จะชี้ให้เธอได้เห็นว่ามันอยู่ที่ใด
ก็ดีอยู่หรอกที่มันเป็นเช่นนั้น เพราะว่าสำหรับเธอ ดวงดาวของฉันก็เป็นดาวดวงหนึ่งในบรรดาดาวทั้งหลาย
ดังนั้นเธอจะชอบดูดาวทุกดวง
.มันจะเป็นเพื่อนของเธอ และฉันจะให้ของขวัญแก่เธอ
."
เขาหัวเราะอีก
"อา
เด็กน้อยเอ๋ย ฉันชอบเสียงหัวเราะนี้"
"นั่นแหละคือของขวัญของฉันละ เช่นเดียวกับสำหรับน้ำ"
"เธอหมายความว่าอย่างไร"
|
"คนเรามีดวงดาวซึ่งไม่เหมือนกัน สำหรับบุคคลที่เป็นนักเดินทาง ดวงดาวก็จะเป็นผู้นำทาง
สำหับผู้อื่นมันเป็นเพียงแสงสว่างจุดเล็ก ๆเท่านั้น สำหรับบรรดานักปราชญ์ ดวงดาวนั้นก่อให้เกิดปัญหา
สำหรับนักธุรกิจของฉัน มันก็เป็นเสมือนทองคำ แต่ทว่าดวงดาวทุกดวงนั้นเงียบ ส่วนเธอ
เธอจะมีดวงดาวซึ่งยังไม่เคยมีใครมีเหมือน
." | |
"เธอหมายความว่ากระไร"
"ขณะที่เธอมองดูฟ้าตอนกลางคืน เพราะเหตุที่ฉันอาศัยอยู่ในดาวดวงหนึ่ง ในบรรดาดาวทั้งหลาย
เนื่องจากฉันกำลังหัวเราะอยู่บนดาวดวงใดดวงหนึ่ง ฉะนั้นจึงดูประหนึ่งว่าดาวทุกดวงกำลังหัวเราะด้วย
เธอก็จะมีดวงดาวที่หัวเราะได้"
แล้วเขาก็หัวเราะอีก
 |
"และเมื่อเธอหายเศร้าแล้ว (คนมักจะปลอบตนเองได้เสมอ) เธอจะยินดีที่ได้มารู้จักฉัน
เธอจะเป็นเพื่อนของฉันตลอดไป เธอจะอยากหัวเราะกับฉัน และบางทีเธอจะเปิดหน้าต่างอย่างนี้เพื่อความสุขนั้น
และเพื่อน ๆ ของเธอจะประหลาดใจที่เห็นเธอหัวเราะพลางมองดูท้องฟ้า เธอก็บอกกับพวกเขาได้ว่า
"จริง ๆนะดวงดาวเหล่านี้ทำให้ฉันหัวเราะเสมอแหละ
" และพวกเขาก็จะคิดว่าเธอเป็นบ้า
ฉันเล่นตลกกับเธออย่างสกปรกทีเดียวนะ
." |
และเขาก็หัวเราะอีก
"ก็เหมือนกับว่าแทนที่จะมอบดวงดาวให้กับเธอ ฉันได้ให้ลูกพรวนที่หัวเราะได้แก่เธอ
."
แล้วเขาก็หัวเราะอีก ต่อมาเขากลับเคร่งขรึม "คืนนี้
เธอรู้ไหม
อย่ามานะ"
"ฉันจะไม่จากเธอไป"
"ฉันคงมีท่าทางเจ็บปวด
ฉันคงมีท่าทางจะตาย มันเป็นอย่างนั้นเองแหละ อย่ามาดูเลย
อย่ามาลำบากเลย"
"ฉันจะไม่ยอมจากเธอไป
."
แต่เขามีท่าทางเป็นกังวล
"ที่ฉันบอกเธอนี่
ทั้งนี้ก็เพราะงู เธอต้องไม่ให้มันกัดเธอนะ งูพวกนั้นใจร้ายนัก
มันอาจจะกัดเอาเพราะสนุกก็ได้
"
"ฉันจะไม่จากเธอไป" เขามีท่าทางมั่นอกมั่นใจอะไรสักอย่าง "จริงซี มันไม่มีพิษที่จะกัดอีกเป็นครั้งที่สอง"
คืนนั้นฉันไม่เห็นตอนเขาออกเดินทาง เขาหายตัวไปโดยปราศจากสุ้มเสียง เมื่อฉันตามเขาไปทัน
เขากำลังเดินดุ่ม ๆ อย่างรวดเร็ว เขาทักฉันแต่เพียงว่า
"อา
เธอเองรึ" แล้วเขาก็จับมือฉัน ท่าทางเป็นทุกข์อยู่
"เธอคิดผิด เธอจะเป็นทุกข์ เพราะฉันคงมีท่าทางตาย ซึ่งอันที่จริงมิใช่ความจริง
."
ฉันนิ่งเงียบ
"เธอเข้าใจไหม มันไกลเกินไป เธอไม่สามารถแบกร่างที่หนักนี้ไปด้วยได้ มันหนักเกินไป"
ฉันคงนิ่งเฉย
"มันก็เหมือนกับเปลือกเก่า ๆ ที่เราทิ้ง ไม่ใช้เรื่องน่าเศร้า ทิ้งเปลือกเก่า ๆ นี่"
ฉันยังคงนิ่งเงียบ เขาคงรู้สึกท้อใจ แต่ยังคงพยายาม
"เธอรู้สึกไหมว่าจะดีทีเดียว ฉันเองจะมองดูดวงดาว ดาวทุกดวงจะเป็นเช่นบ่อน้ำที่มีรอกเก่าขึ้นสนิม
ดาวทุกดวงจะดูประหนึ่งเชื้อเชิญให้ฉันดื่ม
."
ฉันนิ่งเงียบ
"คงจะสนุกทีเดียว เธอก็จะมีลูกพรวนห้าร้อยล้านลูก ฉันก็จะมีบ่อน้ำถึงห้าร้อยล้านเช่นกัน
."
และเขาเองก็นิ่งเงียบ เพราะว่าเขากำลังร้องไห้
"ตรงนั้นแหละ ให้ฉันเดินไปคนเดียวเถิด
.."
แล้วเขาก็นั่งลงเพราะความกลัว เขากล่าวว่า
"เธอรู้ไหม
ดอกไม้ของฉัน ฉันรับผิดชอบเขา และเขาช่างอ่อนแอเสียนี่กระไร และเขาช่างไร้เดียงสา
เขามีหนามเล็ก ๆ ๔ หนามด้วยกันไว้ป้องกันตัวจากภัยทั้งหลาย
."
ฉันเองก็นั่งลงเพราะไม่สามารถจะยืนต่อไปได้ เขากล่าว
"นั่นไง
แค่นี้เอง
"
เขาลังเลอยู่บ้าง แล้วเขาก็กลับยืนขึ้นมาใหม่ ก้าวไปข้างหน้า ส่วนฉันไม่สามารถกระดุกกระดิก
มีแสงแวบสะท้อนสีเหลือง ๆ ใกล้ข้อเท้าของเขา เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่ร้องเลย
แล้วค่อย ๆ ล้มเหมือนต้นไม้ล้ม โดยไม่ได้ก่อเสียงแม้แต่เล็กน้อยเพราะเป็นพื้นทราย