บ้านน้องอยู่ไหน
(ฅ่าวร่ำฉบับได้รับรางวัลที่
๓)
* ยอดมะโนเนือง จีเหลืองเหี่ยวม้วย เหมือนฅวายเขากล้วย ชนไหนก็หวิด
ทุกข์หลิ่งข้อน สะท้อนอกอิด จึ่งฅิดบรรยาย เขียนสารฅ่าวสร้อย
ต่างกลอนคำจา
หื้อญิงน้องหน้อย แม่แก้วยองควง แก่นเพชร
รังสรีใส นวลใยทั่วเม็ด ได้รู้ทราบแจ้ง
ใจใน
ขอถามตัวน้อง พะยอมหอมไกล ว่าตัวนงวัย จีสาวน้องข้า
บ้านนายอยู่ไหน
ขอฅำซาวห้า พอไขวาทาบอกไว้
อยู่สันกำแพง แม่แตงเขตฅ้าย คาอยู่บ้านต้อม จอมทอง
สะเมิงเมืองพร้าว เชียงดาวเมืองของ อยู่สันป่าทอง อมกอย ฮอดหั้น
ใคร่รู้ที่กิน
เรือนนอนหมอนหมั้น ของจีนวลฟอง กลิ่นคู้
อยู่ดอยสะเก็ด สันทรายบ่รู้ คาอยู่แฅว่นหั้น
หางดง
ในเวียงแห่งนี้ บ่อแก้วฅำหลง หรือแสงเดือนมน หลงฟ้ามาอู้
คำจาหวาน
น้ำตาลฤาสู้่ เพียงรสมาลัย ของทิพย์
อยู่สารพี แม่ริมเขตทิศ คาอยู่กิ่งหั้น
แม่อาย
อ้ายขอผูกมิตร ติดเป็นสหาย ข้างตัวญิงนาย แม่ฅำหนักตื้อ
จะชอบเพิงใจ
เหมือนไฟติดหมื้อ เหมือนสายซึงทวย สะล้อ
อ้ายได้ยินเสียง เกือบดาเป็นว้อ ย้อนใจหลิ่งป้อ
มัวเมา
ถ้าญิงน้องรัก เพิ่นจะอัวเตา จะเสเลเมา ใคร่หัวทอกตั้ง
เหมือนเสามงคล
คู่กับเสาดั้ง เหมือนปลาจมวัง แม่น้ำ
ถ้าได้รู้จัก แม่บัวกาบช้ำ ถ้าเจ็บไข้เมื่อย
หนาวเย็น
เจ็บปวดเนื้อ พยาธิ์พาเป็น ปวดขบตามเอ็น คงหายขาดเสี้ยง
จึ่งขอเชิญตัว
แม่ใบหน้าเกลี้ยง เขียนคำมา ตอบไธ้
แห่งห้องเมืองแจม แม่เอื้องย้อยไม้ โขงด่านด้าว
ดงไพร
หมอกมุงมืดธึก ทางยาวคราวใกล้ จิ่งเขียนตอบไป พี่จะรอถ้า เท่านี้สู่ญิงฟัง
............ฯ
สำนวนของ
คุณสมบุญ สุปิณะเผ่าพงศ์
๓๐ บ้านห้วยริน แม่ริม เชียงใหม่
ฉันทลักษณ์ของฅ่าว
ฝากสารถึงพี่น้องนักแต่งฅ่าว
สุรสัททัง
ดังไปทั่วท้อง โขงเขตห้อง ลานนาแฅว่นเหนือ
ตัวข้าม่อนนี้ ยินดีหลายเหลือ ที่สารฅ่าวเครือ
ฟื้นฟูตื่นเต้น
อัศจรรย์ใจ บ่ใช่ของเหล้น สำฅัญควร สอดล้วง
ฅนใหม่สมัย
ไผทึงบ่ท้วง หันเป็นย่าด้วง ลุงเชย
หนุ่มสาวรุ่นนี้ เพิ่นมักทำเฉย หมางเมินเมย
มานาน บ่หน้อย
ช้อยซอภาคเหนือ ลวดตกต่ำต้อย ถูกสากลเพลง ข่มทับ
โลดเต้นกวนเกา
มัวเมาไนท์ฅลับ สับสนป่นปี้ยียำ
ม่อนมาพินิจ ฅิดแล้วหายขำ เพราะการกระทำ ที่ละแบบเบ้า
มาลักเสียใจ ฅิดไปก็เศร้า ที่เขาลืมเลือน เลื่อนเลอะ
หันของเก่าเดิม
เป็นเรื่องเขินเฅอะ บ่นึกใฝ่เอื้อ ดูดาย
อันของดีนั้น บ่มีวันตาย แม่นจมดินทราย
บ่หายต่ำต้อย
นิสัยฅนเมือง ยังหุมฅ่าวสร้อย ฝังมาใน เลือดเนื้อ
เพราะเหตุล่วงกาล
นานมารังเรื้อ ไผบ่เอื้อ เหลียวแล
ฉันทลักษณ์ ชักจะปรวนแปร(อ่าน-ผวนแผ)
เป็นแกงอ่อมแฅ ใส่ผักส้มเสี้ยน
สัมผัสลีลา ภาษาแผกเผี้ยน ขึ้น"เกวียน"ลง"เวียง
วุ่นนัก
ขึ้นรถจากเถิน ขะลึกทึกทัก มาลงที่บ้าน สบเพิง
บ่ระวังนัก ชักพาหื้อเหลิง
ขึ้นที่"เมืองเทิง"ลง "เดิน"เสียจ้อย
ปฏิสัณฐาน เป็นสารฅ่าวสร้อย บ่ใช่นินทา
ไง้งัด
เมื่อใช้ศัพท์แสง หื้อแยงถี่ชัด ถองถูกได้ ใจความ
จุ่งหื้อแม่นทัด
สัมผัสตัวตาม บ่อหื้อผิดฅวาม เล่าทานถูกต้อง
แม่กน แม่กม หื้อสมแม่นถ้อง
สัมผัสไปคู่วรรค
รัสสะเสียง สำเนียง คัด คัก อย่ามักง่ายหย้องเขียนไป
อัน"เรื่องราว"นั้น
ก็ควรสนใจ ปล่อยกลอนพาไป พลิกหลังกลับหน้า
เรื่องควรดีปลง ลงสุกซ้อยหล้า พ้อยวกวนมา
ฟู่ซ้ำ
เพิ่นจาเทียมเหมือน สายธารแม่น้ำ ไหลเอ่อท่วมผืนนา
ดูซึกซัก ผักบุ้งหนำหนา
ไหลไปมา บ่รู้สุดเสี้ยง
เปลืองหมากพลู บูรีขอดเหมี้ยง ปวดหลังเจ็บแอว เมื่อยล้า
"คำฅม"ดังคมมีพร้า ฟันฟาดหื้อ เพพัง
ใจฅวามในวรรค หนักหน่วงเขิงขัง หื้อเหมือนระฆัง
บนสุเทพเจ้า
ยกอุทาหรณ์ หื้อสมเรื่องเข้า บ่ช่เก็บเอาว่าฅับ
จักสอดอัตถา
บาลีซ้อนซับ แปลบ่ได้ ดีอาย
สงสัยบ่แท้ บ่แน่ใจหมาย แหนมจักแลกลาย หาคำอื่นแถ้ง
ม่อนเขียนขีดมา เหมือนว่ารู้แจ้ง เสียฅนเดียวแน่นัก
บ่ใช่อวดตัว แท้หากเพราะรัก
เขียนสู่อู้กันฟัง
วจนัง ก็ยาวบ่สั้น หลอนว่าผิดพลาดนั้น
ม่อนขออภัย
ก่อนแลฯ
จาก "ชัยยา " สันป่าข่อย เชียงใหม่
โลกนี้ฅือละคร
โลกเรานี้หนอ
ผ่อดูยอกย้อน ดูหนักหน่องข้อน สะท้อนจิตใจ
บึดระทมทุกข์ บึดกลับชื่นใจ เป็นละครใน
โลกาโลกกว้าง
สูงต่ำปานกลาง ใผบ่แต่งสร้าง หากกรรมนำทาง แต่งฅิด
หรือพรฟมลิขิต
แบ่งเส้นชีวิต มีบทบาทถ้อยลีลา
โศกเศร้าต่ำคล้อย น้อยวาสนา พร่องมีฐานา ยศฐาใหญ่กว้าง
พร่องก็อับจน ทุกข์ทนหนีบข้าง หากินไปทาง ทุ่นท้อง
พร่องอู้จาแข็ง กำแหงปากป้อง
แดกจาด่าหย้อฅำราม
รีดนาทาเร้น บ่ได้เกรงขาม หาถ้อยร้อยฅวาม ผลักไสเข่นฆ่า
ว่าวาสนา
ของตัวเก่งกล้า โมหะนำพา อวดฤทธิ์
เกิดแล้วต้องตาย ใจพอใฝ่ฅิด ถือว่าโลกกว้าง
โอฬาร
บทบาทยอกย้อน ในโลกสงสาร หันเป็นวิมาน สนุกม่วนเหล้น
เกิดแก่เจ็บตาย
บ่นับเข้าเส้น วิปโยโค บ่ฅิด
สริระกาย หาได้ร่ำพิศ มังสังเหี่ยวแห้ง โรยรา
หูอื้อลมร้าย ไล่เข้าหูตา ไฝฝ้านานา ออกดำก่ำเส้า
พละกำลัง ถอยลงต่ำเต้า
หัวเข่าฅลอนลงโฅะฅะ
ย่างเทียวไปไหน สั่นไหวเพะพะ หัวก็สั่นเถ้า งอน งอน
นึกถึงธรรม
ที่พระสั่งสอน เหมือนโรงละคร บ่ผิดแผกหน้า
บ่เซาะแสวง โคมไฟแสงกล้า คือตัวปัญญา
สอดคิด
เกิดแล้วต้องตาย ทั่วไปชีวิต บ่ทนอยู่ได้เนอนาย
มีเกิดแล้ว ก็ต้องมีตาย
เกิดมาเท่าใด ก็ตายเท่าอั้น
เวียนเกิดเวียนตาย ไปมาจั้น ๆ บ่มีจริงเที่ยงแท้
ซากศพของผี นับพอบ่แพ้ เพราะเวียนว่ายเหล้นยาวนาน
พุทโธกล่าวไว้ ว่าโลกสงสาร
หากยืดยาวนาน หาจบบ่ได้
ต่อเมื่อเราหัน รูปนามแท้ไสร้ มีปัญญาในสอดฅิด
ปลูกตัวสติ
หื้อดีเป็นนิตย์ เป็นบทบาทต้น ปัญญา
ส่องแจ้งสอดรู้ ภาวะอัตตา รูปะนามา ปัญจะขันธ์ห้า
และอุปาทาน ตัวมารเก่งกล้า เหลือแต่วิชา เลิศฤทธิ์
ก็ได้เถิงสุข นิรันดร์เป็นนิตย์
ปิดฉากเข้าในโรง
ละครโลกนี้ เหลือแต่ห้องโถง เพราะตัวออกโรง หมดลงเท่าอี้
เท่านี้ก่อนแล นายเฮย ฯ ท. พรหมนุชานนท์
๓๒ หมู่ ๑ ต.บวกค้าง สันกำแพง เชียงใหม่
ชมนก
เริ่มต้นไขจา
วาทา กล่าวอ้าง ถึงสัตว์นานา หมู่นก
มีอยู่มากหลาย ตามในป่ารก ทังนกเขาตู้ ฅอลาย
นกแซวแควดควิด นกผีดหมู่หลาย พะทาขนงาย เอี้ยงฅำเอี้ยงโก้ง
ม้าแหสับขอน
กินหนอนซอนด้วง จับตามเพาดง ป่าแงะ
นกเขาขันฅู ดูม่วนงันและ มันจับอยู่ต้นปอเลียง
ชุต้นร่ำร้อง พ่อเฮยทำเสียง มันส่งสำเนียง ทั่วดงป่ากว้าง
ส่วนนกกระเต็น
ปากแดงเอกอ้าง สับกินซิวทองหนองน้ำ
แลหม้อแลหลวง อ้าปากเข้าย้ำ ผลเดื่อเกลี้ยง
เป็นพวง
คันเอามาเลี้ยง มีฅวามประสงค์ สอนอู้คำฅน อย่างใดก็ได้
อี่นายฅนงาม
เข้ามาใกล้ ๆ มาแอ่วคานาย น้องรัก
มันอู้จาถาม สาวงามชอบทัก ทำเสียงดั่งอั้น
เหมือนฅน
เป้างุมแม่นก ชอบกินไม้ผล บินเที่ยวเววน ไพรสณฑ์ป่ากว้าง
ยูงฅำรำแพน
แอ่นฟ้อนเอกอ้าง ตามในดงดาลป่าไม้
ขมิ้นขนเหลือง บินเหวืองเซาะไซ้ ไล่กินแม่บุ้ง
ตัวแมง
ฝูงนกแอ่นฟ้า บินกล้าขาแข็ง ชอบกินแต่แมง ริ้นยุงเท่าอั้น
ส่วนนกกระถัว
บินโผสอดดั้น ตามฅุ่มเครือใบ กิ่งไม้
หัวมันหงอกขาว บิินปาวเซาะไซ้ คันฅนเข้าใกล้
บินหนี
ส่วนนกปู่ทิด กลางฅืนหากิน มันขุดฅุ้ยดิน ปูปลากินได้
อันนกเค้าแมว
หันฅนมาใกล้ ตาเรื่อเหมือนไฟ คุกแม้ม
ฅนเราทังหลายเข้าใจบ่่แฅ้ม ว่านกผีอั้นกะ,โพรง
ที่จริงมันแท้ ฅนและหากหลง ผีกะผีโพรง นกบ่เกี่ยวข้อง
อู้มายาวนาน ขอปลงเปินห้อง
ก่อนแล นายเฮยฯ
นามแฝงผู้แต่ง -" ไผบ่ฮู้ "
ข้อมูลเพิ่มเติม นกกระจาบ - ล้านนาเรียก นกจอกฟ้า
เตือนน้อง
มโนนัย
หทัยวู่ร้อน เป็นผลสะท้อน มางืดหัวใจ
โบราณว่าแล้ว บ่หนีไปไหน แม่ญิงเมืองไทย
สมัยเก่าเกื้อ
บ่ได้ดัดแปลง ทังสิ้นแลเสื้อ เหมือนกับญิงเราเดี่ยวนี้
ไปเมาเมืองหลวง
บ่รู้บ่ชี้ เลยลืมหมดเสี้ยง เมืองเรา
เอื้องเหนือลือนัก ตกลงคำเขา ลุ่มหลงมัวเมา
ปากหวานก้นส้ม
ที่แท้ไปมา เขาเป็นนักต้ม เขาใช้คารม ม่วนเพราะ
เขาหันแม่ญิง
ทำทีไปเทาะ ใช้คำอู้เหล้นแกมจริง
ที่เล่ามานี้
มันมีเป็นจริง โดยมากแม่ญิง ติดไปบ่หน้อย
กรุงเทพเมืองหลวง พุ่มพวงใฝ่ห้อย
ใคร่หันมาเมิน เช่นล้ำ
หากนายได้ไป หัวใจจักช้ำ จักพลิกบ่ได้ เมืองเรา
จำจื่อไว้เทอะ
คำอู้ของเขา นึ่งคำก็เอาสองคำบ่อั้น
ถ้าไปทวยผม อายุบ่สั้น สวรรค์เมืองอินทร์
คำแล้ว
เขาดินวนา บ่คลาคลาดแคล้ว จักพาแอ่วเหล้น ไปเพลิน
รถเก๋งรถจิ๊ป
มีมากเหลือเกิน พ่อผมมีเงิน เป็นล้านโกฎตื้อ
จักเอาอันใด พ่อผมทึงหื้อ ไผ
ไผก็ลือยิ่งนัก
ถ้าได้ฅุณไปเป็นสุดที่รัก บ่ถ้ากลัวกลั้นเนอญิง
อันนี้แหละครับ
มันบ่ใช่จริง ระวังนาญิง เขาจักลวงเหล้น
กรุงเทพ เมืองไทย ทางไปหลายเส้น แยกไหนก็มีพร่ำพร้อม
ถึงหัวลำโพง ก็ลงเลยน้อง ทางพาหุรัด สีลม
.............จักไปทางใด ไผจักบอกหื้อ
ไปสนามหลวง มันไกลเป็นตื้อ เขาทึงเล่าลือสะท้าน
ของถูกของแพง เขียวแดงเหี่ยวม้าน
สารพัดหั้น มันมี
ฅนต้มก็นัก จิ๊กโก๋จิ๊กกี๋ มินิสเกิิ๊๊ตมี อย่างผอมอย่างอ้วน
อย่าไปทดลอง จงตรองหื้อถ้วน ระวังถูกลวง จักเลอะ
ไปทัศนาจร ค่อยไปกันเทอะ
ไปตายหมู่หั้น เมืองเรา
จิ๊กโก๋หมู่นั้น อย่าไปเชื่อเขา บ่ควรไปเมา ฅารมกล่าวอู้
จักเขียนไปหลาย กลัวนายบ่สู้ เลยขอวางลงเท่านี้
เขียนฅ่าวกลอนสาร เป็นทางกล่าวชี้
ขอพักเท่าอี้ เอวังฯ
นามแฝงผู้แต่ง - คำรณ เจริญพล
บ้านดอนปิน สันกำแพง เชียงใหม่
ข้อสังเกต :
คำว่า"จีบสาว" แต่ก่อนนี้ใช้ว่า
"เทาะสาว"(อ่าน เต๊าะสาว)
ไม่ใช่แอ่วสาว หรือ อู้สาว
ข้อมูลเพิ่มเติม
รายการวิทยุกระจายเสียง คร่าวซอ บ่าเดี่ยวนี้เจียงฮายเพิ่นยังมีอยู่
โดยมีดีเจ
ชื่อว่า ทิดทุ้ย นามแฝงของเพิ้น คลื่น 92.75
บ้านสันต้อม อำเภอแม่ลาว เนอครับ
- หนุ่มเจียงอาย
ฅ่าวร่ำ
ฟังมธุรส
บาทบทกลอนจา ของโสมสุดา นามว่าดวงแก้ว
บัวฅำเสียงใส อ่านไปแจ้วแจ้ว ดังแผวป่าซาง
เขตฅ้าย
ฅนแต่งก็หวาน ฅนอ่านก็ร้าย จนตัวพี่อ้ายเมาลม
ใคร่ขอฅวามรัก
ยศศักดิ์บ่สม จักกลัวระทม ขื่นขมพายหน้า
ดวงแก้วสีแสง แสดงใจกล้า เขียนฅ่าวซอมา
ม่วนล้ำ
ตั้งเค้าถึงปลาย เหมือนสายแม่น้ำ ไหลลงมาจากถ้ำ ภูดอย
บ่ผิดพลาดพลั้ง
พี่ยังนึกขอย จะข้ามดงดอย ไปคอยน้องเหน้า
ถ้าได้หันตัว แม่บัวห้าเหง้า ขอเสเลเมา
ร่วมรัก
แม่แจ่มหนไกล ทางไปยากนัก ก็จักไต่เต้า ถึงนาง
แม้นป่าจะลึก
ไพรพฤกษ์กั้นขวาง พี่จักเทียวทาง หานางจนได้
เพราะอยากร่วมหมอน แนบนอนชิดใกล้
ฝากฅวามอาลัย จิ่มน้อง
ถึงป่าจะสูง มากฝูงสัตว์ร้อง เสียงสนั่นก้อง ดงรี
บ่กลัวสักเชื้อ
ทังเสือและหมี วอกค่างนางนี และผีเสื้อห้วย
คันพบจอมใจ แม่ใบหน้าส้วย จักชวนเมาทวย
พี่ไธ้
ชวนเอาโฉมยง ลัดดงป่าไม้ ตอมไต่เต้า ทางเดียว
ชี้ชมหมู่นก วิหคเขาเขียว
เหยาะหยอกเฅียว เหลียวหลังเหลียวหน้า
ช้อยฅ่าววอนหู ว่าสูกับข้า แอ่วอรัญญา
เลียบเลาะ
ฟังนกเขาขัน เสียงมันม่วนเพราะ มาเกาะอยู่ต้นไม้ไฮเฟย
เสียงนกเค้าช้าง
ร้องครางปลอมเหมย จุต้นพ่อเฮย ก็เลยร้องถ้อง
ไก่ป่าเสียงหวาน ขันขานจ้องจ้อง
ฝูงนกยูงทอง แอ่นฟ้อน
กระถาบ กระถัว มาหนัวคู่ซ้อน พร่ำพรอดออดอ้อนรำพัน
ประทา ประทิด มิตระกระสัน ร้องเสียงมี่นัน ม่วนงันเสี้ยงถ้าน
เหลียวหันบุปผา
มาลาไกวก้าน เด็ดเอาดอกบาน ยื่นน้อง
คันพี่ยื่นแผว ดวงแก้วปากพ้อง ว่าน้องชอบสู้
เชยชม
แล้วส่งรอยยิ้ม จิ้มลิ้มปากกลม ส่งแววตาฅม อารมร์ชอบสู้
แล้วชวนกันเดิน
โขดเขินหลิ่งหลู้ ตามฅูคัน ม่อนไม้
ยามน้องวาบหวิว อิดหิวสอดไซร้ ลวดยั้งพักใกล้
ทางเทียว
หินผาหลืบชั้น ขอบขั้นเขาเขียว หากมาฅนเดียว เปล่าเปลี่ยวบ่หน้อย
นี้มีคู่แฝง
เทียมแยงอ่วงห้อย จิ่งข้ามดงดอยม่วนล้ำ
บึดขึ้นบนบก บึดวกลงน้ำ บ่ชอกช้ำอั้น
ใจเรา
ตะวันต่ำคล้อย ลับดอยขุนเขา พี่ขอชวนเอา เจ้ากลับสู่บ้าน
แม่แจ่มป่าซาง
เทียวทางบ่หย้าน นับเป็นสมพาน(สมภาร)ชาติแล้ว
บุญวาสนา บ่คลาคลาดแคล้ว รอดแผวตัวข้ากับนาย
พอตีนฟ้ายก วิหคบินหาย ข้าหลับสบาย ฝันหลายบ่หน้อย
ลุกผ่อที่นอน เป็นหมอนไปจ้อย
บ่ใช่ดงดอยป่าไม้
ดวงแก้วสีแสง รักแพงกันไว้ หายไปสู่บ้าน เดิมออน
แม่แจ่มไกลแท้
บ่แพ้มาหลอน นบพระก่อนนอน อารมณ์ถึงเจ้า
พี่จึงหลับฝัน ได้หันน้องเหน้า แล้วได้ชวนเอา
เลียบลัด
ข้ามพ้นไพรสณฑ์ ต่างฅนต่างพลัด บ่ทักแม่นอั้น กรรมเวร
ชาตินี้บ่ท้า
ชาติหน้าขอเขน ถ้าแม่นกรรมเวร ของเราหล้างได้
ขอจบก่อนแหละ นายเฮย ฯ วชิระ วชิราพันธ์
ป่าซาง ลำพูน
ชื่อนก
: นกเขา นกเค้าช้าง จุต้น พ่อเฮย ไก่ป่า นกยูงทอง กระถาบ กระถัว ประทา ประทิด (ไผรู้ชื่อภาษาไทยกลางช่วยน่อยเน้อครับ)
ชื่อพืช : ต้นไม้ไฮเฟย - ต้นไทร
ศัพท์อื่น ๆ : แผว=ถึง, เหมย
= หมอก,ร้องถ้อง= ร้องสอดประสาน, ม่วนงันเสี้ยงถ้าน=สนุกไพเราะเหลือใจ, ร้องเสียงมี่นัน=ร้องเสียงอีกทึก,
ผีเสื้อห้วย=เทพารักษ์ที่ดูแลลำห้วย, จิ่มน้อง=ด้วยน้อง, เฅียว= รังแก,เย้าแหย่,
อ่วง= หวง ถนอม, แยง=มองดูถี่ถ้วน, บ่หย้าน=ไม่กลัว ไม่หวั่นไหว, ออน= ก่อนเก่า,
ตีนฟ้ายก=ฟ้าสาง, หลิ่ง= ลาด เอียง