|
|
1. ศูนย์กีฬาสมโภชเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี
|

| 1.1 วงใหญ่ - วิ่งตามถนนรอบ Main Stadium แต่อ้อมออกนอกรั้วด้านหน้าติดถนน ระยะทางประมาณ 2,000 เมตร |

| 1.2 วงกลาง -ทางวิ่งสาย 'คนเมืองหัวใจดี' คือถนนรอบ Main Stadium แต่ตัดผ่านเข้าลานน้ำพุ และลานหน้าสระว่ายน้ำ ระยะทางประมาณ 1,800 เมตร |

| 1.3 วงเล็ก - คือวิ่งบนลู่วิ่งรอบสนามบอลหน้าสนามยิงปืน ข้างสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำแม่จอกด้านหลังของศูนย์กีฬา ระยะทางมาตรฐาน 400 เมตร |
|
2. สวนล้านนา ร.๙ ถนนโชตนา ข้างสนามม้าหนองฮ่อ
หรือตรงข้ามธนาคารแห่งประเทศไทย |

| 2.1 วงใหญ่ - วิ่งตั้งต้นจากฐานออกกำลังฐานที่ 1 ไปอ้อมหลังหอนาฬิกาแล้วออกมาอ้อมลานอนุสาวรีย์เก้าเหลี่ยมผ่านวงเวียนต้นโพธิ์แล้วกลับเข้าจุดตั้งต้น ระยะทาง ประมาณ 780 เมตร |

| 2.2 วงกลาง - วิ่งตั้งต้นจากฐานออกกำลังฐานที่ 1 ไปอ้อมหลังหอนาฬิกาแต่เลี้ยวซ้ายย้อนกลับมาผ่านหอนาฬิกาอีกครั้ง ผ่านศาลาใกล้สะพาน และผ่านฐานที่ 1 อีกครั้งแล้ววนกลับไปที่จุดเริ่มต้น ระยะทางประมาณ 630 เมตร |
|
2.3 วงเล็ก - วิ่งตั้งต้นจากฐานออกกำลังฐานที่
1 แต่ไม่อ้อมหอนาฬิกา เพียงเลี้ยวซ้ายกลับมาผ่านที่ศาลาใกล้สะพานและวนกลับมาตามเส้นทางเดิมเหมือนวงที่
2 ระยะทางประมาณ 400 เมตร
|
|
3. สนามกีฬาเทศบาล วิทยาลัยพลศึกษา ถนนสนามกีฬา
|

|
วงรอบนอกสนามฟุตบอล
- ระยะทางประมาณ 600 เมตร
|
|
4. สวนสมเด็จย่า ถนนนิมมานเหมินท์
หลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
|
ไม่สามารถมองเห็นเส้นทางวิ่งเพราะมีพุ่มไม้บัง
รวมทั้ง สวนรุกขชาติห้วยแก้ว ใกล้สวนสัตว์เชียงใหม่
|

|
ส่วนสวนสาธารณะฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิงที่หน้าสถานีรถไฟตรงหัวมุมถนนทุ่งโฮเต็ล
ที่ประชาชนตั้งหน้ารอคอยด้วยความหวัง ยังไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ถึงจะเสร็จเปิดให้บริการได้ การออกกำลังกาย โปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา ทำไมต้องออกกำลังกาย รวมบทความเกี่ยวกับ Fitness เครือข่ายชมรมจักรยานเชียงใหม่ ชมรมจักรยานวันอาทิตย์เชียงใหม่ หากคิดจะมีสุขภาพดี ให้ตอนอายุ ๕๐-๖๐ ปี- บ่ไอเหมือนฟานโขก ๗๐ ปี- บ่มีบ่าโหกเต็มตัว* ไม่เจ็บป่วยออด ๆ แอด ๆ โดยคิดจะเริ่มออกกำลังเมื่ออายุ ๔๙ ถึงตอนนั้นก็คงหมดโอกาสเสียแล้ว ท่านต้องใช้เวลาเตรียมร่างกายไว้ล่วงหน้านับสิบ ๆ ปี ข้อความข้างล่างนี้อาจนำมาประยุกต์ใช้ได้ เพราะเป็นการพัฒนาตนเองเช่นเดียวกัน .....ผู้ที่ประมาทมักจะปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม คิดแต่ว่าไม่เป็นไร "ไม่เป็นไร เรายังอายุน้อยอยู่ รอแก่ ๆ ค่อยทำความดี" หรือ "ไม่เป็นไรหรอกน่า เรายังแข็งแรงทำเมื่อไรก็ได้" หรือ "ไม่เป็นไรหรอกน่า เรายังมีชีวิตอีกนานทำเมื่อไรก็ได้" เขาเหล่านี้เมาแล้วในความเป็นหนุ่มสาว ในความไม่มีโรค ในความคิดว่ายังไม่ตาย จึงไม่ยอมทำความดี ส่วนผู้ที่ไม่ประมาทในธรรม จะคิดเสมอว่า คนเราอาจป่วยขึ้นมาเมื่อใด หรือตายเมื่อไหร่ก็ ไม่มีใครรู้ มัจจุราชไม่มีเครื่องหมายนำหน้า ไม่มีการบอกก่อน เพราะฉะนั้นจึงไม่ประมาท รับขวนขวยสร้างบุญ สร้างกุศล ตั้งใจฝึกตนเอง ซึ่งใจของคนอย่าง นี้จะมีความกระตือรือร้นพร้อมที่จะรับการฝึก กุศลธรรมทั้งหลายสามารถเจริญขึ้นได้โดยง่าย *คำพังเพยของล้านนา ลำดับความเป็นไปตามวัยของชีวิตบุถุชน สิบปี - อาบน้ำบ่หนาว ซาวปี - แอ่วสาวบ่ค่าย (เที่ยวจีบสาวไม่รู้เบื่อ) สามสิบปี - บ่หน่ายสงสาร (สนุกเพลิดเพลินไม่เบื่อหน่ายในทางโลกคือสังสารวัฏ) สี่สิบปี - เยียะการเหมือนฟ้าผ่า (ทำงานบุกบั่นเอาจริงเหมือนฟ้าผ่า) ห้าสิบปี - สาวหน้อยด่า บ่เจ็บใจ หกสิบปี - ไอเหมือนฟานโขก (ไอโขลก ๆ เหมือนเสียงเก้งในป่า) เจ็ดสิบปี - บ่าโหกเต็มตัว (โรคภัยไข้เจ็บรุมเร้า) แปดสิบปี - ใคร่หัวเหมือนไห้ (หัวเราะก็ดูเหมือนร้องไห้) เก้าสิบปี - ไข้ก็ตาย บ่ไข้ก็ตาย |